ถ้าโหลดช้าเปิดทิ้งไว้ ใช้งานอย่างอื่นไปก่อนแล้วค่อยกลับมาดูครับ !!!
รายชื่อแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญานาหนองทุ่ม
![]()
แนะนำแหล่งเรียนรู้ (บางส่วน)
โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม แก้งคร้อ 1 สพท. ชย.2
การถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์

1)
ชื่อ นางตุลา ผาจ้ำ
2) แหล่งเรียนรู้ ด้าน การถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ (อุตสาหกรรมในครัวเรือน) วิชางานบ้าน
3) ชื่อผู้ดูแลและรับผิดชอบ นางตุลา ผาจ้ำ
4) ที่ตั้ง 246 หมู่ 11 บ้านนาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
5) ประวัติ/ความเป็นมา/ความสำคัญ
การถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละถิ่น การทำหม่ำ,
ส้มหมู, หรือไส้กรอก จากเนื้อวัวและเนื้อหมู ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดชัยภูมิจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ
(สินค้า OTOP) นอกจากจะเป็นการถนอมอาหารเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนแล้ว ยังมีการทำเพื่อจำหน่ายเป็นอาหารในท้องถิ่น
และจำหน่ายเพื่อเป็นของฝากญาติมิตรเพื่อนฝูงต่างถิ่นอีกด้วย ขอขอบคุณเว็บฯลิงค์ต่อไปนี้>>
ดูวิธีทำหม่ำ
โทร.สั่งจองล่วงหน้าที่ 0-4488-3032
รายชื่อแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญานาหนองทุ่ม
![]()
รายชื่อแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญานาหนองทุ่ม
![]()
การแปรรูปอาหารจากแป้ง
1)
ชื่อ นางลำไพ หิตาพิสุทธิ์
2) แหล่งเรียนรู้ ด้าน การแปรรูปอาหารจากแป้ง (อุตสาหกรรมในครัวเรือน) วิชางานบ้าน
3) ชื่อผู้ดูแลและรับผิดชอบ นางลำไพ หิตาพิสุทธิ์
4) ที่ตั้ง 113 หมู่ 3 บ้านนาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
5) ประวัติ/ความเป็นมา/ความสำคัญ
การแปรรูปอาหารจากแป้ง ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทย การทำขนมจีนของภาคอีสาน
แต่เดิมมักจะทำไว้บริโภคในครัวเรือน หรือเป็นอาหารไว้ต้อนรับญาติพี่น้องที่มาร่วมงานบุญประเพณีต่างๆ
ของแต่ละถิ่น แต่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากว่าขนมจีนเป็นอาหารที่มีผู้นิยมบริโภคกันมากทั่วทุกภาคของประเทศ
ถ้าบ้านใดจัดงานก็สามารถสั่งซื้อจากผู้ผลิตได้ทันที จึงมีอาชีพการแปรรูปอาหารจากแป้ง(โรงทำขนมจีน)เกิดขึ้น
ขอขอบคุณเว็บฯลิงค์ต่อไปนี้>> ดูวิธีทำขนมจีน
1) ชื่อ นายสุด กัณหารัตน์
2) แหล่งเรียนรู้ ด้าน ดนตรีพื้นบ้าน(แคน) วิชาดนตรี
3) ชื่อผู้ดูแลและรับผิดชอบ นายสุด กัณหารัตน์
4) ที่ตั้ง 193 หมู่ 11 บ้านนาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
5) ประวัติ/ความเป็นมา/ความสำคัญ
แคนเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ของโลกชนิดหนึ่ง จากหลักฐานทางโบราณคดีของจีนพบว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า
2,400 ปี และแคนยังเป็นเครื่องตนตรีที่นิยมแพร่หลายและกระจายอยู่หลายประเทศหลายกลุ่มชั้นทั้งในหมู่ชาวบ้าน
และชาวเขา เช่นในประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย เป็นต้นเดิมที่เข้าใจว่าแคนจะเป็นแหล่งกำเนิดจากที่เดียวกันและมีชื่อเรียกอย่างเดียวกัน
เพียงแต่ออกเสียงต่างสำเนียงเชื้อชาติของตน เช่น ไทย เรียกว่า แคน ชาวแม้วเรียกว่า
เก้ง จีนเรียกว่า ชะอัง เกาหลี เรียก แซง และญี่ปุ่นเรียก โซ ซึ่งอาจจะเรียกตามเสียงของเครื่องตนตรีนั้น
ๆ อย่างกรณีเสียงแคนของชาวอีสานจะได้ยินว่า แก่นแล่นแก่น หรือ แค่นแลนแค่น เป็นต้น
(ข้อมูลจาก http://riscc251.snru.ac.th/revival/pompanya/pompunya4.htm)
ชื่อเจ้าของแหล่งเรียนรู้ที่นำเสนอนี้ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านการทำแคนที่มีคุณภาพ
เป็นที่รู้จักของศิลปินชาวอีสานทั่วไป เช่นหมอลำเคน ดาเหลา(ศิลปินแห่งชาติ) หมอลำบุญเพ็ง
ไฝผิวชัย ก็เคยใช้บริการการการทำแคนของท่านนี้ด้วย ท่านเคยได้รับรางวัลเป็นโล่เกียรติยศจากการประกวดการทำแคน
ในงานไหมประเพณีผูกเสี่ยว จังหวัดขอนแก่น ปี 2546 ผลิตภัณฑ์ที่ทำนี้ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล
ของอำเภอแก้งคร้อด้วยขอขอบคุณเว็บฯลิงค์ต่อไปนี้>>
ดูวิธีทำแคน
รายชื่อแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญานาหนองทุ่ม
![]()
ประมงน้ำจืด
1) ชื่อ แพลงตอนฟาร์ม
2) แหล่งเรียนรู้ ด้าน การแปรรูปอาหารจากแป้ง (อุตสาหกรรมในครัวเรือน) วิชางานบ้าน
3) ชื่อผู้ดูแลและรับผิดชอบ นายสุริยา
4) ที่ตั้ง 193 หมู่ 11 บ้านนาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
5) ประวัติ/ความเป็นมา/ความสำคัญ
การทำประมงน้ำจืดของแหล่งเรียนรู้ที่นี่ คือการเลี้ยงปลาน้ำจืดหลายๆ ชนิด รวมทั้งกุ้งก้ามกาม
เป็นการทำประมงเชิงพานิชย์ กล่าวคือ นอกจากจะทำเพื่อบริโภคในครอบครัวแล้ว เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ยังได้ขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น
และได้นำผลผลิตออกจำหน่ายในตลอดอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอใกล้เคียง ทำให้มีรายได้ปีละหลายแสนบาท
จึงถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้วิชาเกษตรได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณเว็บฯลิงค์ต่อไปนี้>>
ดูวิธีเลี้ยงปลา
วัด
1)
ชื่อ วัดใหม่บูรณาราม และวัดผสม
2) แหล่งเรียนรู้ ด้าน สังคมศึกษา
3) ชื่อผู้ดูแลและรับผิดชอบ เจ้าอาวาส
4) หมู่ 3 และหมู่ 12 บ้านนาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
5) ประวัติ/ความเป็นมา/ความสำคัญ
วัด โดยทั่วไปหมายถึง สถานที่ทาง ศาสนาสำหรับประกอบศาสนพิธีต่างๆ รวมทั้งเป็นที่พำนักของสงฆ์และนักบวช
วัดไทย มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยที่พระสงฆ์นำเอาพระพุทธศาสนาจากประเทศ อินเดียเข้ามาเผยแผ่ยังดินแดนที่เป็นสยามประเทศ
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙ - ๑๐ หรือตอนต้นสมัยทวารวดี พระสงฆ์ที่เดินทางเข้า มาเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น
เมื่อไปถึงเมืองใดๆ และได้มีโอกาสเผยแผ่สั่งสอนผู้คน ให้รู้จักเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา
และศรัทธาเชื่อถือในพระธรรมคำสั่งสอนเป็น ที่มั่นคงแล้ว พระสงฆ์ก็จะจัดการให้มีวัดขึ้น
เป็น ศาสนสถาน สำหรับเป็นที่พำนักและ ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ รวมทั้งเป็นสถานที่
สำหรับแสดงธรรมแก่ผู้คนในเมืองนั้นๆให้พระพุทธศาสนามั่นคงถาวรต่อมาเป็นลำดับ จึงถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในท้องถิ่น
ทวี
แสงคำ / ถ่ายภาพ
บุญร่วม ผาจ้ำ /นำเสนอ
กลับหน้าหลัก