ประวัติบ้านนาหนองทุ่ม

                บ้านนาหนองทุ่ม เรียกชื่อตามหนองน้ำซึ่งชาวบ้านเรียกชื่อว่า “หนองทุ่ม” อยู่ทางทิศเหนือของบ้านนาหนองทุ่ม หมู่ 3 ที่ดินและหนองน้ำแหล่งนี้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 50 ไร่ มีสัตว์บกสัตว์น้ำนานาชนิดอาศัยอยู่มากมายบริเวณรอบ ๆ หนองน้ำมีป่าไม้เบญจพรรณขึ้นอยู่หนาแน่น โดยเฉพาะริมรอบขอบหนองมีต้นทุมอยู่มาก คนโบราณพรานป่าไปหาล่าเนื้อเห็นจึงตั้งชื่อหนองน้ำแห่งนี้ว่า “หนองทุ่ม”
               กาลเวลาผ่านมาหลายปี คนคณะหนึ่งคือนายจันทา สิงห์ชัยภูมิ นายชารี อิ่มอารมณ์ นายเป หงษาแก้ว อยู่บ้านหนองแดง ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และนายโหน พิมพ์สมบูรณ์ อยู่บ้านนาวัง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ได้อพยพครอบครัวพร้อมด้วยพรรคพวกเดินทางข้ามภูเขามาหาทำเลเลี้ยงวัวฝูง และหายาหัวไปซ้าย ซึ่งเป็นยาสมุนไพร แพทย์แผนโบราณสมัยนั้น  มาเห็นพื้นที่แห่งนี้อยู่ข้างลำห้วยใหญ่ทางทิศเหนือ เป็นที่เหมาะสมพอจะตั้งบ้านเรือนอยู่ได้ และที่ตรงนั้นมีวัตถุโบราณศักดิ์สิทธิ์เป็นหินเอวขันธ์รูปพานตั้งอยู่ขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร ตั้งอยู่กลางป่าแห่งนั้น จึงพร้อมกันปักหลักแหล่งอยู่ตรงนั้น ช่วยกันหักล้างถางพงปลูกบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนเล็ก ๆ อาศัยอยู่แห่งแรกตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านหนองไฮ”(สถานที่แห่งนั้นคือที่ป่าช้าบ้านนาหนองทุ่มทุกวันนี้)มีหินเป็นรูปพระนาคปรกอีกองค์หนึ่ง คนทั่วไปเรียกชื่อพระองค์นี้ว่า “พระง่าง” ขนาดหน้าตักกว้าง 50 เซนติเมตร สูงประมาณ 70 เซนติเมตร ตั้งอยู่บนหลังเขาเส้นทางที่ผ่านมา เส้นทางข้ามเขาที่พระนาคปรกหรือพระง่างตั้งอยู่เรียกชื่อว่า“ซ่องพระง่าง”
             จากหลักฐานที่ปรากฏดังกล่าวสันนิษฐานว่าคงจะเป็นของพวกขอมสมัยเรืองอำนาจทำเอาไว้ปัจจุบันก้อนหินเอวขันธ์รูปพานที่ตั้งอยู่ป่าช้าบ้านนาหนองทุ่ม ชาวบ้านได้นำมารักษาไว้ที่วัดผสม(วัดเก่า) ส่วนพระนาคปรกหรือพระง่างถูกโขมยไปนานแล้วต่อมาบ้านหนองไฮ ตั้งอยู่ได้ประมาณปีเศษก็เกิดโรคระบาดขึ้น สันนิษฐานว่าคงเป็นไข้ป่า ทำให้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ต่างแตกตื่นหนีโรคระบาดกลับถิ่นเดิมก็มี เหลืออยู่ก็มี พวกที่เหลืออยู่ได้ย้ายจากบ้านหนองไฮมาตั้งบ้านเรือนอยู่แห่งใหม่ข้างหนองทุ่ม ห่างจากที่เดิมประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของหนองทุ่ม เห็นว่าที่ตรงนี้เหมาะสมมีสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำการเกษตรจึงตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านนาหนองทุ่ม” ตลอดมาถึงทุกวันนี้

        
ที่มา::เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม